วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ปริมาณไลโคพีน ใน “ฟักข้าว”

       ไลโคพีนเป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ ใน “ฟักข้าว”    ไลโคพีนเป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ พบได้ในผักและผลไม้บางชนิด ทำหน้าที่เป็นรงควัตถุรวบรวมแสงให้แก่พืช และป้องกันพืชผักจากออกซิเจนโมเลกุลเดี่ยว (อนุมูลอิสระ) และแสงที่จ้าเกินไป การกินไลโคพีนที่มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นได้รับการพิสูจน์จากวงการแพทย์ ว่ามีผลลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหาร เนื่องจากเยื่อเมล็ดฟักข้าวมีไลโคพีนมากกว่าผลไม้อื่น ๆ ทุกชนิด จึงถือว่าเป็นอาหารต้านมะเร็งที่ดีที่สุดชนิดหนึ่งจากฤทธิ์ของไลโคพีน
     ผลไม้ ปริมาณไลโคพีน          ไมโครกรัม / กรัม นน.ผล
-มะเขือเทศสุก       31  ไมโครกรัม / กรัม นน.ผล
-แตงโม               41  ไมโครกรัม / กรัม นน.ผล
-ฝรั่ง                   54  ไมโครกรัม / กรัม นน.ผล
-ส้มโอ              33.6  ไมโครกรัม / กรัม นน.ผล
-
เยื่อเมล็ดฟักข้าว 380  ไมโครกรัม / กรัม นน.ผล
     ดังนั้น “ฟักข้าว” จึงมี ไลโคพีน มากกว่า มะเขือเทศ 12 เท่า
     ส่วนประกอบใน “ฟักข้าว” 1 ลูก
    ผลอ่อนฟักข้าว / 100 กรัมน้ำหนักสัดส่วนที่กินได้
-มวลแห้ง           7 กรัม
-ใยอาหาร      1.03 กรัม
-น้ำตาล         1.8 กรัม
-โปรตีน        0.94 กรัม
-วิตามินซี      0.04 มิลลิกรัม
-เบตาแคโรทีน    91 มิลลิกรัม
-แคลเซียม        23 มิลลิกรัม
-เหล็ก           0.34 มิลลิกรัม

 น้ำหนักผล เนื้อผล เยื่อเมล็ด/ไมโครกรัม
  -มี บีตาแคโรทีน           22.1  /  101
  -มี ไลโคพีน                  0.9  /  380

     ปัจจุบัน "ฟักข้าว" ถูกนำมาผลิตเป็น ผลิตภัณฑ์"ฟักข้าว แคปซูล" แคปซูลเพื่อสุขภาพ ราคา กล่องละ 350 บาท( 1 กล่อง มี 3 แผง รวม 30 แคปซูล)
     สอบถาม และ สั้งซื้อได้ที่
    
คุณ วีระชัย ทองสา โทร. 084-6822645 , 085-0250423
           อีเมล์ weerachai.coffee@hotmail.com
    
คุณ สุขมาณี โทร. 087-1715151 , 02-9851011 
           บริษัท แมกน่า เฮอร์เบอร์ จำกัด  






ฟักข้าว จากผักพื้นบ้านสู่ผลิตภัณฑ์ ภูมิปัญญาสู่วิชาการดีเด่น

ฟักข้าว  จากผักพื้นบ้านสู่ผลิตภัณฑ์ยา เสริมอาหาร เครื่องสำอาง ภูมิปัญญาสู่วิชาการดีเด่น ผลงานเภสัช มช.     
      ผลฟักข้าว สีสดใส ที่ใครต่อใครพากันทึ่งถึงสีสันสวยงามนั้นแท้ที่จริงมีมูลค่าจากภูมิปัญญาถึงความเป็นอาหารที่นำเอายอดอ่อนและผลอ่อนมารับประทาน เป็นสมุนไพร ที่มีสรรพคุณมากมายและมีผลการวิจัยที่นำเนื้อเยื่อหุ้มเมล็ดจากผลสุกมาพัฒนาเป็นเครื่องสำอางลบริ้วรอย ด้วยผลงานวิจัยจากอาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
     รศ.ดร.สุรพล นธการกิจกุล นำทีมวิจัยซึ่งประกอบด้วย รศ.ดร.พาณี ศิริสะอาด, รศ.พิมพร ลีลาพรพิสิฐ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ เกียรติศักดิ์ พลสงคราม จากมหาวิทยาลัย พายัพเสนอผลงานวิชาการในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 29 - 31 สิงหาคม 2550 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี และได้รับรางวัลผลงานวิชาการดีเด่น
    รศ.ดร.สุรพล ได้กล่าวถึงผลงานวิจัยว่า "ฟักข้าวเป็นพืชที่มีการนำมาใช้ด้วยภูมิปัญญา และคณะเภสัชศาสตร์ได้นำมาวิจัยต่อยอด ฟักข้าวนั้นมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Momordica cochinchinensis (Lour.) Spreng วงศ์ Cucurbitaceae ส่วนชื่อพื้นบ้านมีการเรียกตามท้องถิ่น เช่น ผักข้าว ขี้กาเครือ พุคู้เด๊าะ เดิมมีถิ่นกำเนิดประเทศเอเชียเขตร้อน ในเมืองไทยมีมากในเขตภาคเหนือ ซึ่งหมอพื้นบ้านก็มีภูมิปัญญาในการใช้ฟักข้าวเป็นยารักษาโรคต่าง ๆ เช่น รักษาฝี ไข้รากสาด ไข้อีดำอีแดง นอกจากนี้ฟักข้าวยังเป็นอาหาร พื้นบ้าน คือนำเอายอดอ่อนและผลอ่อนของฟักข้าวมาลวกกินกับน้ำพริกหรือนำมาแกงใส่ปลาแห้งเป็นอาหารพื้นบ้านที่อร่อยและมีประโยชน์"
     การวิจัยครั้งนี้ทีมวิจัยได้นำตัวอย่างฟักข้าวจากแหล่งต่างๆ มาตรวจเอกลักษณ์ทางพฤกษศาสตร์ เก็บตัวอย่างจัดทำมาตรฐานพืชแห้งและควบคุมคุณภาพ จากนั้นก็นำส่วนต่าง ๆของพืช คือ เถา, ใบ, เนื้อผล และเยื่อหุ้มเมล็ด มาสกัดด้วยตัวทำละลายต่าง ๆ เพื่อตรวจหาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ Total phenolic compound gallic acid equivalent, (GAE) และหาปริมาณสารไลโคปีนโดยวิธี HPLC จากนั้นก็นำเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวสุกมาสกัดน้ำมันรำข้าวโดยวิธี Maceration และพัฒนาตำรับเครื่องสำอาง
    ผลการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในส่วนต่าง ๆ ของฟักข้าวพบว่า ปริมาณสารไลโคปีนในกลุ่มเบต้าแคโรทีนของเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวสุกมีมากกว่าสารสกัดจากเนื้อผล ซึ่งสารไลโคปีน นี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงสายตาและป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก สามารถนำมาใช้เป็นยาและอาหารเสริมสุขภาพได้
     ดังนั้นทีมวิจัยจึงได้พัฒนาตำรับเครื่องสำอางชะลอความแก่โดยใช้ สารสกัดเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการลดรอยเหี่ยวย่นในอาสาสมัครโดยใช้วิธีถ่ายภาพ และขยายภาพ (Image analysis)
    จากการทดสอบพบว่า ครีมตำรับมีประสิทธิภาพในการลดรอยเหี่ยวย่นดีกว่า เมื่อเทียบกับบริเวณที่ไม่ได้ทาครีมและบริเวณที่ทาครีมพื้นโดยไม่เกิดการแพ้และการระคายเคืองในอาสา สมัคร โดยเฉพาะครีมต้นตำรับสามารถลดความลึกของร่องริ้วรอยชัดเจนในกลุ่มอาสาสมัคร
      รศ.ดร.สุรพลกล่าวย้ำว่า "ผลการวิจัยนี้สามารถพัฒนาฟักข้าวสู่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตยา เสริมอาหาร เครื่องสำอางได้
      อย่างไรก็ตามการวิจัยเรื่องฟักข้าว มีประเด็นใหญ่ๆคือ เป็นการพัฒนาจากภูมิปัญญาที่เราให้ความสำคัญกับข้อมูลพื้นบ้านจากหมอพื้นบ้านมาก ในขณะที่เมื่อการผลิตเพื่อแปรรูปก็ต้องมีการควบคุม วัตถุดิบตั้งแต่การปลูกที่ดี การตรวจสอบสายพันธ์ ต้องมีกระบวนการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ สำหรับการขั้นตอนในการแปรรูป จะต้องตรวจสอบเรื่องความ คงตัว ตรวจสอบมาตรฐานสารสำคัญในฟักข้าว ศึกษาข้อควรระวัง และต้องมีการประเมินประสิทธิผล ควบคุมคุณภาพมาตรฐาน จึงจะสามารถผลิตเป็น ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานได้ "
     "ในขณะนี้มีหลายประเทศที่มีการนำฟักข้าว มาพัฒนาสู่อุตสาหกรรมการผลิตเป็นผลิตภัณฑฺ์เสริมสุขภาพหรือเครื่องสำอางซึ่งมีราคาแพง ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่นักวิจัยไทยจะได้ร่วม กับอุตสาหกรรมในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและราคาเหมาะสม มีการประเมินประสิทธิผลและควบคุมคุณภาพ" รศ.ดร.สุรพลกล่าว
    "ผมเห็นว่า ฟักข้าว มีมูลค่าด้านอาหารและสมุนไพรพื้นบ้าน ซึ่งควรมีการส่งเสริมให้มีการปลูกเนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีปริมาณลดน้อยลง และหากมีการส่งเสริมการผลิตในภาค อุตสาหกรรม ก็ควรมีการวางทิศทางร่วมกัน "
     ฟักข้าว พืชมูลค่าแห่งภูมิปัญญาแม้มีการวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม ก็ยังต้องคงความเป็นพื้นบ้านที่ต้องการดูแลเอาใจใส่ในมูลค่า ทั้งจากชุมชนและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการวิจัยจากส่วนต่างๆ และเมื่อต้องแปรรูปก็ต้องมีการจัดการเรื่องคุณภาพ มาตรฐานอย่างชัดเจน


       

วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สรรพคุณเกี่ยวกับการแก้ปัญหาโรคต่างๆของ“ฟักข้าว”

สรรพคุณเกี่ยวกับการแก้ปัญหาโรคต่างๆของ“ฟักข้าว”   
     ประเทศจีนใช้เมล็ดแก่ของฟักข้าวเป็นยามานานกว่า ๑,๒๐๐ ปี ใช้บำบัดอาการอักเสบบวม กลากเกลื้อน ฝี อาการฟกช้ำ ริดสีดวง แก้ท้องเสีย อาการผื่นคันและโรคผิวหนังติดเชื้อต่างๆ ทั้งในมนุษย์และสัตว์ต่างๆ
    การกินฟักข้าวเป็นยานั้นใช้เมล็ดแก่บดแห้ง ส่วนการใช้ภายนอก ให้นำเมล็ดฟักข้าวบดแห้งผสมน้ำมันหรือน้ำส้มสายชูเล็กน้อยทาบริเวณที่มีอาการ และใช้เยื่อเมล็ดแทนสีผสมอาหาร
    งานวิจัยในประเทศจีนพบว่าโปรตีนจากเมล็ดมีความสามารถต้านอนุมูลอิสระและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ตับในหลอดทดลอง เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของฤทธิ์ทางชีวภาพของเมล็ดฟักข้าว ถือว่าลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระจึงมีฤทธิ์ป้องกันมะเร็ง นอกจากนี้ เมล็ดฟักข้าวเป็นส่วนผสมของยาแก้ปวดกล้ามเนื้อและคลายกล้ามเนื้อในเครื่องยาจีนหลายตำรับ
   ประเทศเวียดนาม การวิจัยทางคลินิกที่มหาวิทยาลัยฮานอย พบว่าน้ำมันจากเยื่อเมล็ดฟักข้าวมีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งตับ    ประเทศไทยมีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลเกี่ยวกับสรรพคุณของเมล็ดฟักข้าว พบโปรตีนที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อเอชไอวี-เอดส์ และยับยั้งเซลล์มะเร็งจดสิทธิบัตรในประเทศไทยแล้ว
   งานวิจัยอื่นของไทยและต่างประเทศพบว่า เมล็ดแก่ของฟักข้าวมีโปรตีน มอร์มอโคลชิน-เอส และโคลชินิน-บี มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของไรโบโซมซึ่งเป็นแหล่งผลิตกรดอะมิโน และต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งหลายชนิดในหลอดทดลอง ซึ่งอาจนำไปใช้พัฒนา เภสัชภัณฑ์ได้ในวันข้างหน้า
    ประเทศฟิลิปปินส์และประเทศไทยใช้รากฟักข้าวสระผมเพื่อกำจัดเหา ใช้รากบดหมักผมกระตุ้นให้ผมดก ประเพณีล้านนาของไทยใช้ ฟักข้าวในการดำหัว (คือการสระผม) สตรีล้านนา ดำหัวสัปดาห์ละครั้ง ยาสระผม ประกอบด้วย ฝักส้มป่อยจี่ ผลมะกรูดเผา ผลประคำดีควายหมกไฟพอให้สุก รากของต้นฟักข้าว รากแหย่งบดหยาบ ทั้งหมดผสมกับน้ำอุ่นหมักผมไว้สัก ระยะหนึ่งแล้วจึงล้างออก จะทำให้แก้คันศีรษะ แก้รังแค แก้ผมร่วงและช่วยให้ผมดกดำ
    ประเทศญี่ปุ่นทำการวิจัย
พบว่า โปรตีนจากสารสกัดน้ำของผลฟักข้าวยับยั้งการเจริญของก้อนมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูทดลอง โดยลดการแผ่ขยายของหลอดเลือดรอบก้อนมะเร็งและชะลอการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งดังกล่าว ในห้องทดลองน้ำสกัดผลฟักข้าวยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งตับและมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยการทำให้เซลล์แตกตาย ผลอ่อนฟักข้าวกินได้ ผลแก่ก็อุดมคุณค่า ลองหาพันธุ์มาปลูกให้เลื้อยเล่นหน้าบ้านจะได้กินเมื่อใจ ปรารถนา เป็นการสร้างสุขภาพป้องกันโรคร้ายได้อย่างดี   
      ปัจจุบัน ฟักข้าว ถูกน้ำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ "ฟักข้าว แคปซูล  ราคากล่องละ 350 บาท (1 กล่องมี 3 แผง รวม 30 แคปซูล)
สอบถาม และ สั้งซื้อได้ที่
    
คุณ วีระชัย ทองสา โทร. 084-6822645 , 085-0250423
           อีเมล์ weerachai.coffee@hotmail.com
    
คุณ สุขมาณี โทร. 087-1715151 , 02-9851011 

           บริษัท แมกน่า เฮอร์เบอร์ จำกัด





   

ประโยชน์ในทางโภชนาการของ“ฟักข้าว”

ประโยชน์ในทางโภชนาการของ“ฟักข้าว”
    ในประเทศไทยใช้ผลฟักข้าวอ่อนสีเขียวเป็นอาหาร รสชาติเนื้อฟักข้าวเหมือนมะละกอ ลวกหรือต้มให้สุกหรือ ต้มกะทิจิ้มน้ำพริกกะปิ หรือใส่แกง ยอดอ่อน ใบอ่อนนำ มาเป็นผักได้ นำมานึ่งหรือลวกให้สุกกินกับน้ำพริก หรือนำไปปรุงเป็นแกง เช่น แกงแค ประเทศเวียดนามกินข้าวเหนียวหุงกับเยื่อเมล็ดผลฟักข้าวสุก เนื่องจากชาวเวียดนามถือว่าสีขาวเป็น สีแห่งความตาย ข้าวสีส้มแดงจึงจัดเป็นมงคลต่องานเทศกาลต่างๆ ชาวเวียดนามเอาเยื่อสีแดงจากผลฟักข้าวสุกพร้อม เมล็ดมาหุงกับข้าวเหนียว ได้ข้าวสีส้มแดงมีกลิ่นหอม ต้องมีเมล็ดฟักข้าวติดมาในข้าวด้วยจึงว่าเป็นของแท้ ถึงกับมีการหุงข้าวใส่สีผสมอาหารสีแดงเลียนแบบการใช้ฟักข้าวนอกฤดูกาลก็มี เชื่อว่าบำรุงสายตา

     เยื่อเมล็ดของฟักข้าวมีปริมาณเบตาแคโรทีนมาก กว่าแครอต 20 เท่า มีไลโคพีนมากกว่ามะเขือเทศ 70 เท่า และมีกรดไขมันขนาดยาวประมาณร้อยละ 10 ของมวล การกินบีตาแคโรทีนจากฟักข้าวพบว่าดูดซึมในร่างกายได้ดีเพราะละลายได้ในกรดไขมันดังกล่าว
   
ความเชื่อที่ว่าฟักข้าวบำรุงสายตานั้นถูกต้อง แต่ต้องกินส่วนที่มาจากเยื่อเมล็ดไม่ใช่ส่วนอื่น เมื่อใช้เยื่อฟักข้าวเสริมอาหารให้กับเด็กก่อนวัยเรียนในงานวิจัยในประเทศเวียดนาม พบว่าเด็กในกลุ่มมีปริมาณบีตาแคโรทีนและไลโคพีนในพลาสมาสูงขึ้น และกลุ่มที่มีปริมาณความเข้มข้นของเฮโมโกลบินต่ำมีความเข้มข้น เพิ่มขึ้นด้วย จึงแนะนำให้ผู้มีเลือดจางกินข้าวหุงเยื่อเมล็ดฟักข้าวสุกด้วย ปัจจุบันมีผู้นำเยื่อเมล็ดนี้ผลิตเป็นเครื่องดื่มอาหารเสริมจำหน่ายในต่างประเทศ

     ไลโคพีนเป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ พบได้ในผักและผลไม้บางชนิด ทำหน้าที่เป็นรงควัตถุรวบรวมแสงให้แก่พืช และป้องกันพืชผักจากออกซิเจนโมเลกุลเดี่ยว (อนุมูลอิสระ) และแสงที่จ้าเกินไป การกินไลโคพีนที่มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นได้รับการพิสูจน์จากวงการแพทย์ว่ามีผลลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหาร     เนื่องจากเยื่อเมล็ดฟักข้าวมีไลโคพีน มากกว่าผลไม้อื่นๆทุกชนิดจึงถือว่าเป็นอาหารต้านมะเร็งที่ดีที่สุดชนิดหนึ่งจากฤทธิ์ของไลโคพีน
         ปัจจุบัน ฟักข้าว ถูกน้ำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ "ฟักข้าว แคปซูล  ราคากล่องละ 420 บาท( 1 กล่อง มี 3 แผงรวม 30 แคปซูล)
     สอบถาม และ สั้งซื้อได้ที่
     คุณ วีระชัย ทองสา โทร.
084-6822645 , 085-0250423
           อีเมล์ weerachai.coffee@hotmail.com
      





ฟักข้าว คืออะไร?

ฟักข้าว อยู่ในวงศ์แตงกวาและมะระคือวงศ์ Cucurbitaceae ชื่อเรียกอื่นคือ ขี้กาเครือ (ปัตตานี) , ผักข้าว (ตาก ภาคเหนือ) มะข้าว (แพร่) แก็ก (Gac เวียดนาม) Baby Jackfruit, Spiny Bitter Gourd, Sweet Gourd, และ Cochin-chin Gourd        
        ฟักข้าวมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน พม่า ไทย ลาว บังกลาเทศ มาเลเซียและฟิลิปปินส์ เป็นพืชที่ชาวเวียดนามใช้ประกอบอาหารมาก ในชนบทมีปลูกกันเกือบทุกบ้านเรือน
        ฟักข้าว เป็นไม้เถาเลื้อยพัน มีมือเกาะ ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงแบบสลับ ใบรูปหัวใจหรือรูปไข่ กว้างยาวเท่ากันประมาณ 6-15 เซนติเมตร ขอบใบหยักเว้าลึกเป็นแฉก 3-5 แฉก ดอกเป็นดอกเดี่ยวพบที่ซอกใบ ต้นแยกเพศอยู่คนละต้น กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง ตรงกลางมีสีน้ำตาลแกมม่วง ใบประดับมีขน ผลอ่อนมีสีเขียวอมเหลือง เจริญได้เองโดยไม่ต้อง ถูกผสม เมื่อผลสุกจะมีสีแดง ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดหรือแยกรากปลูก ฟักข้าวเริ่มมีดอกหลังแยกรากปลูกประมาณ 2 เดือน เริ่มผลิดอกราวเดือนพฤษภาคมและให้ดอกจน ถึงราวเดือนสิงหาคม ผลสุกใช้เวลาประมาณ 20 วัน และใน 1 ฤดูกาลจะเก็บเกี่ยวผลฟักข้าวได้ 30-60 ผล  

     โดยเก็บผลสุกได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ผลของฟักข้าวมี 2 ชนิด ผลยาวมีขนาดยาว 6-10 เซนติเมตร ส่วนผลกลมยาว 4-6 เซนติเมตร เปลือกผลอ่อนสีเขียวมีหนามถี่ เปลี่ยนเป็นสีส้มแก่หรือแดงเมื่อผลสุก แต่ละผลหนักตั้งแต่ 0.5-2 กิโลกรัม ที่ประเทศเวียดนามมักปลูกฟักข้าวพาดพันไม้ระแนงข้างบ้าน และเก็บเฉพาะผลสุกมาประกอบอาหาร แต่เนื่องจากฟักข้าวให้ผลดีที่สุดในช่วงฤดูหนาว ชาวเวียดนามจึงนิยมใช้ประกอบอาหารในเทศกาลปีใหม่และงานมงคลสมรสเท่านั้น
     ผลฟักข้าวมีเปลือกหนา ผลสุกเนื้อในหนามีสีส้ม ภายในมีเยื่อสีแดงให้เมล็ดเกาะ เนื้อผลสุกกินได้ ที่ประเทศเวียดนามใช้เยื่อสีแดงและเมล็ด (มีน้ำมัน) เป็นยา ฟักข้าว 1 ผลจะได้เยื่อสีแดงราว 200 กรัม
      ปัจจุบัน ฟักข้าว ถูกน้ำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ "ฟักข้าว แคปซูล 
  ราคากล่องละ 420 บาท(1 กล่อง มี 3 แผงรวม 30 แคปซูล)
     สอบถาม และ สั้งซื้อได้ที่
     คุณ วีระชัย ทองสา โทร.
084-6822645 , 085-0250423
           อีเมล์
weerachai.coffee@hotmail.com
    





ลูกฟักข้าว มีประโยชน์ต่อสุขภาพดวงตา

ลูกฟักข้าว มีประโยชน์ต่อสุขภาพดวงตา 
    ฟักข้าวหรือ Gac fruit เป็นผลไม้ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพดวงตาและภูมิคุ้มกัน(สารต้านอนุมูลอิสระ) เยื่อเมล็ดของฟักข้าวมีปริมาณเบต้าแคโรทีน มากกว่าแครอท 10 เท่า มีไลโคพีนมากกว่ามะเขือเทศ 12 เท่า และมีกรดไขมันขนาดยาวประมาณร้อยละ 10 ของมวล
      การกินเบต้าแคโรทีนจากฟักข้าวพบว่าดูดซึมในร่างกายได้ดีเพราะละลายได้ในกรดไขมันดังกล่าว
     Gac fruit ช่วยบำรุงสายตา แต่ต้องกินส่วนมาจากเยื่อเมล็ดจะให้ประสิทธิภาพสูง
    - ช่วยป้องกันเยื่อนัยน์ตาแห้งที่มีสาเหตุจากสารสำคัญในเรติน่า   Gac fruit มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน พม่า ไทย ลาว บังกลาเทศ มาเลเซียและฟิลิปปินส์ เป็นพืชที่ชาวเวียดนามใช้ประกอบอาหารมาก ในชนบทมีปลูกกันเกือบทุกบ้าน Gac fruit เป็นไม้เถาเลื้อยพัน มีมือเกาะ ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงแบบสลับ ใบรูปหัวใจหรือรูปไข่ กว้างยาวเท่ากันประมาณ 6-15 เซนติเมตร ขอบใบหยักเว้าลึกเป็นแฉก 3-5 แฉก ดอกเป็นดอกเดี่ยวพบที่ซอกใบ ต้นแยกเพศอยู่คนละต้น กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง ตรงกลางมีสีน้ำตาลแกมม่วง ใบประดับมีขน ผลอ่อนมีสีเขียวอมเหลือง เจริญได้เองโดยไม่ต้องถูกผสม เมื่อผลสุกจะมีสีแดง ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดหรือแยกรากปลูก Gac fruit เริ่มมีดอกหลังแยกรากปลูกประมาณ 2 เดือน เริ่มผลิดอกราวเดือนพฤษภาคมและให้ดอกจนถึงราวเดือนสิงหาคม ผลสุกใช้เวลาประมาณ 20 วัน
      ที่ประเทศเวียดนามมักปลูก Gac fruit พาดพ้นไม้ระแนงข้างบ้าน และเก็บเฉพาะผลสุกมาประกอบอาหารแต่เนื่องจาก
      Gac fruit ให้ผลดีที่สุดในช่วงฤดูหนาว ชาวเวียดนามจึงใช้ประกอบอาหารในเทศกาลปีใหม่และงานมงคลสมรสเท่านั้น
      Gac fruit มีเปลือกหนา ผลสุกเนื้อในหนามีสีส้มภายในมีเยื่อสีแดงให้เมล็ดเกาะ เนื้อผลสุกกินได้ ที่ประเทศเวียดนามใช้เยื่อสีแดงและเมล็ด (มีน้ำมัน) เป็นยา

      ปัจจุบัน ฟักข้าว ถูกน้ำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ "ฟักข้าว แคปซูล" 
   ปริมาณและราคา    1 แผง มี 10 แคปซูล 
    ซื้อ 1 กล่อง มี  3 แผง   ราคา 420 บาท
    ซื้อ 2 กล่อง รวม 6 แผง ราคา 800 บาท     
    ซื้อ 3 กล่อง รวม 9 แผง ราคา 1,200 บาท  ส่งไปรษณีย์ EMS ฟรี     
    สอบถาม และ สั้งซื้อได้ที่

    คุณ วีระชัย ทองสา โทร.
084-6822645 , 085-0250423
          อีเมล์ weerachai.coffee@hotmail.com 
    








ฟักข้าว "ไม้มงคล ผลไม้แห่งความโชคดี"

             ฟักข้าว "ไม้มงคล ผลไม้แห่งความโชคดี"
         ฟักข้าว หรือ ผลแก๊ก Gac "ไม้มงคล ผลไม้แห่งความโชคดี" หลายคนคงพอรู้จัก ฟักข้าว ที่มีประโยชน์มหาศาล ต้านอนุมูลอิสระ  มาบ้างแล้วนะคะ คราวนี้ เรามาดูกันว่า ฟักข้าว พืชพื้นบ้าน สมุนไพรตัวเก่ง
       นอกจากนำมาประกอบอาหารแล้ว ทางความเชื่อโบราณ ฟักข้าว ก็เป็นหนึ่งในไม้มงคล เป็นส่วนประกอบที่ใช้ในพิธีกรรม ความเชื่อ อย่างไรบ้าง
         ฟักข้าว "ผักร่ำรวยสารต้านมะเร็ง ไลโคพีน

       เจ้าผักลูกกลมๆ มีหนามเล็กๆ โดยรอบแลดูน่าตาตลกมากกว่าน่ากินชนิดนี้ถูกขนานนามด้วยหลายชื่อแตกต่างกันไปตามภูมิภาคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แก็ก”, “มะข้าว”, “ผักข้าว”, “ขี้กาเครือและที่คุ้นๆ หูก็คือฟักข้าว”...ฟักข้าวเป็นพืชในตระกูลแตงกวา และมะระ มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน พม่า ไทย ลาว บังกลาเทศ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
      
มีงานวิจัยของต่างประเทศที่ระบุว่าสารไลโคปีน ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และสามารถป้องกันความเสี่ยงของโรคมะเร็งได้ และระบุว่าสารนี้มีมากในมะเขือเทศ แต่จริงๆ แล้วในภูมิภาคบ้านเรายังมีพืชบางชนิดที่มีไลโคปีนสูงกว่ามะเขือเทศนับ 10 เท่า นั้นก็คือ ฟักข้าว

      เราพบว่าในมะเขือเทศสุก 1 กรัม มีสารไลโคปีนอยู่ประมาณ 31 ไมโครกรัม ในขณะที่เยื่อเมล็ดฟักข้าว 1 กรัม ให้ไลโคปีนสูงถึง 380 ไมโครกรัมเลยทีเดียวภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว แห่ง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้ข้อมูล
         เภสัชกรหญิงคนเก่งรายนี้กล่าวต่อไปอีกว่า มีการศึกษาในสหรัฐฯ พบว่า
ไลโคปีนสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ โดยแบ่งกลุ่มทดลองเป็น
2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งให้กินมะเขือเทศวันละถ้วย อีกกลุ่มหนึ่งไม่ให้กิน ปรากฏว่า กลุ่มที่กินมะเขือเทศ เสี่ยงป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้กิน ซึ่งจากการทดลองนี้แสดงให้เห็นชัดว่าไลโคปีนมีผลต่อการป้องกันความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง
       ปัญหาก็คือเราพบว่าคนไทยส่วนใหญ่จะกินของที่ดีมีประโยชน์ จากงานวิจัยของต่างชาติ คือถ้าไม่มีผลวิจัยจากต่างชาติก็จะไม่กิน พอกินก็กินเป็นกระแส ฮือฮากันได้สักพักก็จะเลิกเห่อไป อย่างมะเขือเทศกับไลโคปีน พอมีบทวิจัยก็เห่อกินกันทั้งที่มันก็เป็นพืชผักพื้นบ้านของไทยมานาน และ
ในฟักข้าวที่มีไลโคปีน คนไทยก็ไม่สนใจเพราะมันไม่มีงานวิจัย ทั้งๆ จริงๆ ดั้งเดิมก็กินมานานแล้ว เพื่อนบ้านเราหลายประเทศก็กินกันเป็นเรื่องปกติ

       ภญ.ผกากรอง กล่าวว่า การบริโภคฟักข้าวในเมืองไทยส่วนใหญ่จะไม่กินลูก หากจะกินส่วนยอด ลูกก็กินบ้างแต่กินดิบ
แต่ไลโคปีนในฟักข้าวจะมีมากที่สุดที่เยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง เมื่อขณะที่มันสุกเต็มที่ ที่เวียดนามจะรู้จักฟักข้าวในชื่อของ
เกิกข้าวชนิดหนึ่งของเวียดนามจะหุงด้วยเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงของฟักข้าว หุงเสร็จก็จะกลายเป็นข้าวสีออกส้มๆ แดงๆ
    ฟักข้าวเป็นพืชพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ อยากเชิญชวนให้นำมาทำเป็นอาหารบริโภค และอยากรณรงค์ให้บริโภคเป็นอาหาร เพราะเชื่อว่าธรรมชาติได้กำหนดสัดส่วนดีไซน์มาให้เรียบร้อยแล้ว การกินสารอาหารจากพืชผักจะให้ดีที่สุดควรกินเป็นอาหาร แต่ที่ห่วงคือส่วนใหญ่จะกินแบบง่ายๆ คือหาแบบที่เป็นสำเร็จรูป เป็นแคปซูล เป็นยาที่สกัดออกมาแล้ว ซึ่งเราไม่รู้ว่าการที่ผ่านกระบวนการต่างๆ เช่นทำให้แห้ง ทำให้เป็นผง หรือสกัดเอาแต่สารเพียวๆ นั้น จะทำให้โครงสร้างของสารนั้นๆ เปลี่ยนไปหรือไม่ภญ.ผกากรอง แนะนำทิ้งท้าย
     ด้าน พี่ติ่งพนิดา เกษรศรี แห่ง บ้านฟักข้าวอ.สารภี จ.เชียงใหม่ ในฐานะของผู้ที่เคยกินฟักข้าวแล้วได้ผลดีจนกระทั่งเพาะขายเป็นกิจกรรมเล็กๆ ในครัวเรือน เท้าความให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้หนีอากาศร้อนมาเที่ยวภาคเหนือ ก็ไปเจอลูกฟักข้าวแก่จัดที่วางขายอยู่ในตลาด เห็นว่าแปลกดีจึงซื้อมาดูเล่น จากนั้นก็กลับไปหาข้อมูลว่าลูกฟักข้าวแก่จัดที่ได้มานั้นสามารถนำไปทำอะไรได้บ้าง
  
เราก็หาในอินเทอร์เน็ต ก็พบงานวิจัยว่ามันมีไลโคปีนสูง มีสารมีประโยชน์ ก็เลยหาวิธีทำกินกันเองในบ้าน เราใช้เยื่อหุ้มเมล็ดมาทำเป็นน้ำผลไม้ แต่งรสด้วยน้ำตาลนิดหน่อย ดื่มเองในครอบครัว แล้วก็แจกคนรู้จัก หนักๆ เข้าหลายคนชอบก็ขอให้ทำให้บ้าง แนะนำให้ทำขายบ้าง

       เราก็หาข้อมูลเรื่อยมา ซื้อมาปลูก ตอนนี้ก็กลายเป็นกิจการเล็กๆ ของครอบครัวมา 2 ปีกว่าแล้ว คนให้ความสนใจมากขึ้น อาจจะเพราะว่าคนเริ่มหันมาสนใจสุขภาพแนวป้องกันมากขึ้นด้วย
     พี่ติ่งขยายความอีกว่า คนในแถบภาคเหนือนิยมกินส่วนของยอดฟักข้าว โดยนำมาแกงใส่ปลาแห้งบ้าง นำมาลวกหรือต้มจิ้มน้ำพริกบ้าง ส่วนลูกอ่อนๆ ที่เนื้อแข็งๆ มาปอกแล้วหันเป็นชิ้นๆ ลงไปรวมกับผักอื่นๆ เป็นแกงแคบ้าง ส่วนลูกสุกไม่ค่อยมีคนกิน จะปล่อยให้สุกคาต้นเป็นอาหารของนก หนู กระรอกไปตามธรรมชาติ
     จากประสบการณ์ตรงปรากฎหลังการดื่มน้ำจากเยื่อเมล็ดฟักข้าวพบว่า รู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้น คุณแม่พี่อายุ 50 กว่าแล้วก็บอกว่าดื่มระยะหนึ่งแล้วผมเริ่มกลับมาดำอีกครั้ง แล้วพวกเราทั้งบ้านก็ไม่ค่อยป่วย อย่างโรคหวัดนี่ไม่มีใครเป็นมาสักพักแล้วค่ะ

      พี่ติ่งยังกระซิบอีกนิดสำหรับผู้ที่อ่านแล้วชักจะเห็นความสำคัญของผักพื้นบ้านน่าตาน่าเอ็นดูชนิดนี้และอยากหามาปลูกบ้างว่า ฟักข้าวปลูกง่าย แค่โยนเม็ดลงดินก็ขึ้นแล้ว มีหลายสายพันธุ์ พันธุ์ลูกใหญ่เฉลี่ยน้ำหนักลูกละ 1 กิโลกรัม เหมาะแก่การปลูกลงดินเพราะรากจะขยายไปเรื่อยๆ แต่สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านน้อยๆ หรือคอนโดมิเนียมก็อย่าเพิ่งเสียใจไป เพราะพันธุ์พื้นบ้านดั้งเดิมที่ใบออกทรงกลมจะให้ลูกเล็กกว่าและมีขนาดต้นเล็กกว่า เหมาะแก่การปลูกในพื้นที่จำกัดเช่นบนระเบียงในกระถาง ขนาดลูกก็เล็กตามไปด้วย ราวๆ ลูกเทนนิส ซึ่งเหมาะแก่กินคนเดียวหรือสองคนแบบฉบับครอบครัวสมัยใหม่ในเมืองใหญ่
     ในขณะที่หนึ่งในคนสีเขียวอย่าง พี่น้อง” - โสรัจ เบญจกุศลแห่งเครือข่ายตลาดสีเขียว เจ้าของร้านวุ้นดอกไม้หวาน ที่หลงรักในคุณประโยชน์ของฟักข้าวเข้าอย่างจัง ได้แสดงความเป็นห่วงต่อการลดจำนวนลงอย่างฮวบฮาบของฟักข้าวว่า เพราะหลายคนมองว่ามันเป็นวัชพืช ทำให้มีการถอนทิ้งจนปัจจุบันหากจะซื้อฟักข้าวแต่ละครั้ง ต้องใช้บริการไกลถึงจังหวัดเชียงใหม่ให้จัดส่งเข้ามาในกรุงเทพฯ เพราะหาในแถบภาคกลางไม่ได้เลย
     
เสียดายมาก เพราะเป็นพืชที่มีประโยชน์มาก บ้านไหนมีอยากให้เก็บไว้ อย่าไปฟันทิ้ง และอยากให้ช่วยกันปลูกมากๆ เราจะได้มีพืชผักมีประโยชน์เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชนิดในสวยหลังบ้านของเรา      
       พี่น้องยังได้แนะนำสูตรน้ำฟักข้าวผสมเสาวรสรสเปรี้ยวจี๊ดชื่นใจอย่างไม่หวงตำราว่า เป็นเครื่องดื่มปกติที่ทำดื่มเองอยู่แล้ว และมีประโยชน์ทั้งจากฟักข้าวและเสาวรส เนื่องจากฟักข้าวจริงๆ จะรสออกจืดๆ มันๆ ทำให้หลายคนที่ไม่คุ้นอาจจะไม่ชอบ การผสมน้ำเสาวรส หรือกระทั่งน้ำส้มหรือน้ำผลไม้รสเปรี้ยวอื่นๆ จะทำให้ดื่มง่ายขึ้น
    ใช้น้ำเสาวรสประมาณ 70% ผสมกับเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว30% เติมน้ำตาลชิมรสตามใจชอบ ถ้าวันไหนร้อนๆ ยิ่งแช่เย็นยิ่งชื่นใจค่ะ
     แค่ฟังสูตรก็น้ำลายสอ ใครจะเอาไปทำพี่น้องไม่หวง แถมสนับสนุนให้ทำอีกต่างหาก เพราะอยากเห็นคนไทยห่างไกลมะเร็ง
  
ขอขอบคุณข่าวและภาพจาก ผู้จัดการ Online
           

       ปัจจุบัน ฟักข้าว ถูกน้ำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ "ฟักข้าว แคปซูล" 
       ราคากล่องละ 420 บาท/1 กล่อง(1 กล่องมี 3 แผงรวม 30 แคปซูล)
       สอบถาม และ สั้งซื้อได้ที่
       คุณ วีระชัย  ทองสา  โทร. 084-6822645 , 085-0250423
              อีเมล์  weerachai.coffee@hotmail.com
      



ฟักข้าว หรือ Gac Fruit มาเป็น ฟักข้าว แคปซูล

ฟักข้าว หรือ  Gac Fruit                   
    ภายในผลแก็กหรือฟักข้าว มีไลโคโพทีนมากกว่าในมะเขือเทศถึง 70 เท่า และ เบต้าแคโรทีนมากกว่าแครอทถึง 20 เท่า
    ผลแก็ก หรือ ฟักข้าว
    ผลแก็กพบได้ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม นับเป็นผลไม้ที่มีคุณอนันต์ต่อร่างกายมนุษย์ แก็ก เป็นภาษาเวียดนามซึ่งชาวเวียดนามจะผูกพันกับแก็กมากเป็นพิเศษถึงขนาดเป็นส่วนหนึ่งในการประกอบอาหารเพื่องานเฉลิมฉลองที่สำคัญๆเช่น งานแต่งงาน เป็นต้น ในอดีตชาววียดนามยังนำผลแก็กมาใช้ทั้งเป็นยาและอาหาร เช่น นำไปพอกแผลเพื่อรักษาแผลและช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อ รับประทานเพื่อการส่งเสริมสุขภาพของดวงตาเพื่อการมองเห็นที่ดี ส่งเสริมระบบการไหลเวียนของเส้นเลือดและช่วยให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่าเสริมสร้างพลังงานให้แก่ร่างกาย
     สำหรับความเชื่อที่มีแต่โบราณถึงปัจจุบัน เชื่อว่าผลแก็กสามารถทำให้เรามีชีวิตยืนยาว และความกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น การวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า ผลแก็กประกอบด้วยสารรสีส้ม หรือที่รู้จักกันในชื่อแคโรทีนอยด์ และไลโคโพทีน ในปริมาณสูง สารเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระทั้งสิ้น
     นอกจากนี้ในผลแก็กยังมีปริมาณวิตามินอีจากธรรมชาติ หรือ แอฟา-โทโคเฟอรอล รวมทั้งแร่ธาตุบางชนิดเช่น เหล็ก สังกะสี ในปริมาณสูงอีกด้วย

    สิ่งที่จะดูโดดเด่นเป็นพิเศษในผลแก็กก็คือ ในผลแก็กจะประกอบด้วยกรดไขมันที่จับอยู่กับแคโรทีนอยด์ ที่เรียกว่าไลโปแคโรทีน (Lipocarotenes) ที่จะนำแคโรทีนอยด์ไปใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ปกติร่างกายจะดูกซึมแคโรทีนอยด์ไปใช้ประโยชน์ได้ 5% แต่จากการศึกษาแคโรทีนอยด์จากผลแก็ก ทำให้แก็กมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งในด้านความสดชื่น และความกระปรี้กระเปร่าแก่ร่างกาย ชะลอความขชราก่อนวัยอันควร เสริทสุขภาพของดวงตาโดยเฉพาะเรื่องการมองเห็นและสายตา เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็ง ดูแลระบบการไหลเวียนโลหิตภายในร่างกาย สุขภาพของหลอกเลือด และเสริมสุขภาพของต่อมลูกหมาก เป็นต้น 
     ปัจจุบัน ฟักข้าว นำมาผลิตเป็น ผลิตภัณฑ์ "ฟักข้า แคปซูล" ให้คุณค่าเท่ากับรับประทานฟักข้าวแท้ๆ แต่สะดวกกว่า ราคาถูกกว่า

      อ้างอิง : นิตยสาร image
 ปริมาณและราคา    1 กล่อง มี 30 แคปซูล 
    ซื้อ 1 กล่อง มี  3 แผง   ราคา 420 บาท
    ซื้อ 2 กล่อง รวม 6 แผง ราคา 1,100 บาท     
    ซื้อ 3 กล่อง รวม 9 แผง ราคา 2,000 บาท








 
  สอบถามข้อมูลที่ 
     คุณ วีระชัย  ทองสา โทร. 084-6822645 , 085-0250423
    อีเมล์ : weerachai.coffee@hotmail.com